PLUG&PLAY


Windows 8 Consumer Preview Part2


[31-10-2012 16:14:22] โดย




อินเทอร์เฟซ:
คอนเซ็ปต์ใหม่สำหรับผู้ใช้เมาส์
ไมโครซอฟท์ได้ปรับปรุงเปลี่ยนแปลง Windows 8 กว่า 100,000 จุดเมื่อเทียบกับ Developer Preview ซึ่งหนึ่งในจำนวนนั้นก็ขั้นตอนเริ่มต้นทำงาน กระบวนการคัดลอกไฟล์ขนาดใหญ่ รวมทั้งการจบทาสก์ในขณะปิดเครื่องได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น
      เดสก์ทอปใหม่ในรูแบบ Metro ได้รับการวิจารณ์อย่างหนักว่ามันจะรองรับการสั่งงานด้วยเมาส์ได้ดีเพียงใด เนื่องจากเครื่องเดสก์ทอปพีซีนั้นไม่ใช่โทรศัพท์มือถือ และนอกจากนี้สตาร์ทเมนูแบบเก่าก็ยังถูกซ่อนไว้ ทั้งนี้ผู้พัฒนา Windows ก็ได้พัฒนารูปแบบการควบคุมขึ้นมาใหม่เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่ใช้ เมาส์และคีย์บอร์ดโดยเฉพาะ โดยสิ่งสำคัญในเรื่องนี้ก็คือปุ่มโลโก้บนคีย์บอร์ดที่ช่วยให้เข้าถึง ฟังก์ชันหลักๆ ได้อย่างสะดวก อย่างไรก็ตามแม้มันจะช่วยให้สามารถทำงานกับอินเทอร์เฟซรูปแบบใหม่ได้อย่าง ราบรื่นยิ่งขึ้น แต่การเข้าถึงฟังก์ชันที่อยู่ในตำแหน่งที่ไม่คุ้นเคยก็ยังคงเป็นเรื่องที่ ไม่ค่อยสะดวกอยู่ดี
 
เริ่มการทำงานแอพพลิเคชัน
แม้แต่เรื่องง่ายๆ อย่างเช่นการเรียกเปิด Device Manager ผู้ใช้ก็ยังจำเป็นต้องเรียกเปิดด้วยคอนเซปต์และเทคโนโลยีแบบใหม่ โดยในที่นี้จะไม่มีช่องค้นหาและสตาร์ทเมนูสำหรับการเริ่มต้นต้นทำงานโปรแกรม ที่คุ้นเคยจาก Windows เวอร์ชันเก่าอีกต่อไป
      การเรียกฟังก์ชัน Device Manager ขึ้นมาทำงานนั้นสามารถทำได้โดยพิมพ์ตัวอักษรแรกของโปรแกรมที่ต้องการค้นหา ด้วยคีย์บอร์ด โดยในกรณีที่พิมพ์ “dev” ลงไป อินเทอร์เฟซแบบ Metro ก็จะตอบสนองต่อคำสั่งบนคียอร์ดโดยจะเรียกเปิดเพจบาร์ใหม่ขึ้นมาหรือที่ Sinofsky ให้คำจำกัดความไว้ว่า “Charms Bar” ซึ่งถ้าตัวเลือก “Apps” ถูกเลือกไว้ คุณก็จะไม่พบรายการของ Device Manager เนื่องจาก Windows 8 จะแยกประเภทของแอพพลิเคชัน การปรับแต่ง และไฟล์ออกจากกันอย่างชัดเจน ด้วยเหตุนี้คุณจึงต้องคลิกที่ตัวเลือก “Settings” แล้วจึงค่อยเรียก Device Manager ขึ้นมาทำงานโดยการคลิกเมาส์ที่สัญลักษ์ของมัน จากนั้นอินเทอร์เฟซของ Windows จะเปลี่ยนไปเป็นแบบคลาสสิก และ Device Manager ก็จะพร้อมสำหรับใช้งานทันที
 
Windows ที่ไร้หน้าต่าง
การปิดโปรแกรมที่รันบนเดสก์ทอปแบบคลาสสิกนั้นสามารถทำได้ด้วยการปิด หน้าต่างตามปกติ ซึ่งจะแตกต่างกับกรณีของแอพฯ อย่างสิ้นเชิง โดยมันจะรันอยู่ในโหมดเต็มจออยู่เสมอและไม่มีปุ่มสำหรับปิดหรือย่อหน้าต่าง จนเรียกได้ว่า Windows ที่เกือบจะไม่มีหน้าต่างเลยทีเดียว
      หากคุณต้องการปิดเดสก์ทอปแบบคลาสสิกก็สามารถทำได้โดยเลื่อนพอยเตอร์ของเมาส์ ไปยังด้านบนของหน้าจอซึ่งมันจะเปลี่ยนเป็นรูปมือ จากนั้นคลิกเมาส์ซ้ายค้างไว้แล้วลากเดสก์ทอปไปยังด้านล่างของหน้าจอ โดยหลังจากที่ป่อยปุ่มเมาส์แล้ว แอพฯ เดสก์ทอปก็จะปิดลงไปและคุณก็จะกลับเข้าสู่ Windows ในรูปแบบ Tile อีกครั้งหนึ่ง ส่วนการปิดเครื่องพีซีนั้นสามารถทำได้โดยคลี่เมนูออกไปทางด้านขวา โดยปุ่ม Shut down จะซ่อนอยู่ภายใต้หัวข้อ “Settings”
      โดยทั่วไปแล้วการปิดการทำงานของแอพฯ ลงไปโดยสมบูรณ์นั้นไม่ใช่เรื่องที่จำเป็นนัก โดยกรณีที่เดสก์ทอปแบบคลาสสิกยังคงถูกเรียกเปิด เพียงกดปุ่ม [Windows] คุณก็จะกลับเข้าสู่อินเทอร์เฟซแบบ Metro ในขณะที่แอพฯ ก็จะยังคงทำงานอยู่ในโหมดแบ็กกราวนด์ และถ้าหากเลื่อนพอยเตอร์ของเมาส์ไปยังมุมบนซ้าย แท็บที่แสดงรายการของแอพฯ ที่กำลังรันอยู่ทั้งหมดก็จะปรากฏขึ้น ซึ่งแอพฯ ที่รันอยู่ในแบ็กกราวนด์นั้นไม่ได้เรียกใช้ทรัพยากรระบบแต่อย่างใด เพราะมันจะถูกแช่แข็งไว้และจะกลับเข้าสู่สถานะล่าสุดทันทีที่เรียกเปิดขึ้น มาอีกครั้ง อย่างเช่นเคอร์เซอร์ของเมาส์ในเอกสาร Word ที่ยังคงอยู่ตำแหน่งเดิม เป็นต้น
ปุ่ม Windows ที่มีฟังก์ชันมากกว่าเดิม
คุณสามารถควบคุมเดสก์ทอปแบบ Metro ได้อย่างรวดเร็วกว่าการใช้เมาส์ด้วยปุ่ม [Windows] บนคีย์บอร์ด โดย CHIP ได้รวบรวมคีย์บอร์ดชอร์ทคัตที่สำคัญไว้ให้คุณในตารางด้านล่างนี้
 
ความปลอดภัย:
ได้รับการป้องกันดีเพียงใด?
หากไม่มีการเชื่อมต่อแบบออนไลน์ก็จะไม่สามารถใช้งานแอพฯ และฟังก์ชันจำนวนมากที่โฆษณาไว้ใน Windows 8 ได้ อย่างไรก็ดีมันก็นำมาซึ่งคำถามเกี่ยวกับความปลอดภัยที่ว่า ไมโครซอฟท์จะสามารถสอดแนมไฟล์ต่างๆ ของผูใช้หรือไม่? พอรต์ใดบางที่แฮกเกอรใช้ในการเข้าถึงเครื่องพีซี? โปรแกรมป้องกันไวรัสในปัจจุบันจะยังคงใช้งานได้หรือไม่?
 
Secure Boot: ป้องกันรูทคิตส์ด้วยวิธีการพิเศษ
หากคุณมีเมนบอร์ดที่มาพร้อมกับไบออสแบบ UEFI คุณก็จะได้รับประโยชน์จากกระบวนการป้องกันฮาร์ดแวร์ที่ไมโครซอฟท์ได้โฆษณา ไว้ นั่นคือ “Secure Boot” ซึ่งในขณะที่บูตเครื่อง Windows Defender จะทำการตรวจสอบหามัลแวร์ในฮาร์ดดิสก์โดยอัตโนมัติ เพื่อการนี้ไมโครซอฟท์ก็ได้รวมฟังก์ชันสแกนไวรัสของ Security Essentials เข้ากับ Defender ด้วย ทำให้โปรแกรมป้องกันสปายแวร์ที่กล่าวไว้ในตอนแรกนี้มีความสามารถในการตรวจ จับไวรัสและโทรจันได้ในตัว และไฟล์อันตรายต่างๆ ที่อยู่ในบูตเซกเตอร์ของฮาร์ดดิสก์ก็จะถูกกักไว้ในขณะที่กำลังบูตเครื่อง นอกจากนี้ฟังก์ชันป้องกันที่เปิดตัวพร้อมกับ UEFI เวอร์ชัน 2.3.1 ยังช่วยต่อสู้กับรูทคิตส์ได้เป็นอย่างดี และสามารถอัพเดตเฟิร์มแวร์ได้โดยผ่านโปรแกรมที่ได้รับการรับรองเท่านั้น แต่ไม่ว่าการป้องกันจากไบออสจะแข็งแกร่งเพียงใดก็ไม่ควรประมาท เพราะแม้แต่ผู้ให้บริการที่น่าเชื่อถืออย่าง Verisign ก็ได้เคยถูกโจมตีจากแฮกเกอร์มาแล้ว ซึ่งทำให้รูทคิตส์สามารถปลอมแปลงตัวได้ด้วยการขโมยใบรับรองทางดิจิตอลไป นอกจากนี้ปัญหาอีกประการหนึ่งของ Secure Boot ที่ถูกวิจารณ์อย่างหนักก็คือทั้ง Windows เวอร์ชันเก่าและ Linux นั้นไม่ได้ผ่านการรับรองเหมือนกับ Windows 8 ดังนั้นฟังก์ชันป้องกันพีซีด้วยเมนบอร์ด UEFI ก็จะกลายเป็นตัวขัดขวางการติดตั้งระบบปฏิบัติการอื่นๆ ในรูปแบบขนาน
 
Addressing: หนทางป้องกันการติดเชื้อ
เพื่อเป็นการป้องกันการโจมตีช่องโหว่ด้านความปลอดภัยที่มีอยู่บน แอพพลิเคชันต่างๆ Windows 8 ได้จึงผสมผสานฟังก์ชันป้องกันต่างๆ เข้าด้วยกัน นั่นคือ “Address Space Layout Randomization” (ASLR) ที่ได้รับการเปิดตัวตั้งแต่ Vista โดยการแบ่งโค้ดและข้อมูลต่างๆ ลงบนหน่วยความจำในรูปแบบสุ่ม ทำให้โปรแกรมอันตรายไม่สามารถค้นหาตำแหน่งที่ต้องการโจมตีได้พบ ฟังก์ชันป้องกันนี้ได้รับการปรับปรุงและยกระดับให้ดีกว่าที่มีอยู่ในวิสต้า มาก เนื่องจากชุมชนของแฮกเกอร์ได้พบวิธีหลีกเลี่ยงกลไกการป้องกันแบบเก่ามาเป็น ระยะเวลาหนึ่งแล้ว นอกจากนี้ “Windows Heap” ก็ถูกโจมตีเช่นเดียวกัน แม้ว่าฟีเจอร์ดังกล่าวจะกำหนดแอดเดรสหน่วยความจำแบบสุ่ม รวมทั้งตรวจสอบความน่าเชื่อถือของไฟล์โดยจะฟอร์เวิร์ดไฟล์ที่อาจทำให้เกิด ภาวะ Buffer Overflow ไปยัง Heap หรือพื้นที่ๆ ปลอดภัยก็ตาม จุดประสงค์หลักของการโจมตีจากเหลือบไรที่ร้ายแรงที่สุดก็คือ Kernel ซึ่งถือเป็นหัวใจของวินโดว์ส หากไดรเวอร์ต้องการเข้าถึง Address Pool ของ Kernel ในระดับที่ต่ำกว่า 64K มันก็จะต้องถูกตรวจสอบอย่างเข้มงวด ซึ่งจนถึงขณะนี้ผู้พัฒนาไดรเวอร์ก็ไม่ค่อยทำตามข้อกำหนดเชิงโปรแกรมจาก ไมโครซอฟท์อย่างเคร่งครัดนัก จึงส่งผลให้อุปกรณ์จำนวนกว่าครึ่งไม่ได้รับอนุญาตให้ทำงานกับ Windows 8 ได้ และนั่นก็ทำให้แฮกเกอร์ต้องใช้เวลามากกว่าเดิมในการที่จะข้ามผ่านการป้องกัน นี้ไปได้
 
เพิ่มอุปสรรคให้แฮกเกอร์
โปรแกรมป้องกันไวรัสที่ถูกรวมไว้ในตัวจะมีความสามารถในการตรวจจับไฟล์ อันตรายได้แทบทุกชนิด ทำให้บราวเซอร์และเซอร์วิสทั้งหลายไม่เปิดเผยข้อมูลสำคัญใดๆ ออกไป ในขณะที่พอร์ตต่างๆ ที่เป็นช่องทางของโทรจันก็จะถูกซ่อนไว้ ทำให้มัลแวร์ไม่สามารถค้นหาจุดที่จะโจมตีได้พบ
การป้องกันไวรัสใน Windows 8
น่าแปลกอย่างยิ่งที่โปรแกรมป้องกันไวรัสของไมโครซอฟท์เองอย่าง Security Essentials ได้ปฏิเสธกระทั่งเซอร์วิสของ Windows 8 เอง ซึ่งในขณะนี้ฟังก์ชันของมันได้ถูกรวมไว้ใน Windows Defender แล้ว ส่วนโปรแกรมป้องกันไวรัสจากผู้ผลิตรายอื่นนั้นยังคงมีเพียงไม่กี่ตัวที่ สามารถรันบนวินโดว์สเวอร์ชันใหม่นี้ได้
 
ทดสอบการแฮก: Windows 8 ทำได้อย่างยอดเยี่ยม
การโจมตีจุดอ่อนสำคัญอย่างเช่นพอร์ตแบบเปิดนั้นเป็นสิ่งที่ไมโครซอฟท์ แก้ไขได้สำเร็จ ส่งผลให้ Windows 8 ได้รับการป้องกันอย่างหนาแน่น เช่นเดียวกับ Internet Explorer ที่ปลอดภัยขึ้นอย่างมาก
REVEALING TILES
หากคุณลงทะเบียน Windows 8 ด้วยแอคเคานต์ของไมโครซอฟท์ Tile ของ “Mail” ก็จะแสดงข้อมูลอี-เมล์ขาเข้าทั้งหมดขึ้นมา ทำให้สามารถเห็นได้อย่างชัดเจนว่าได้รับอี-เมล์มาจากใครบ้าง ส่วนการปิดใช้งานนั้นสามารถทำได้จากเพจบาร์แบบใหม่

อ้างอิง http://chip.in.th/post/540/Windows-8-Consumer-Preview-Part2


  • แสดงความคิดเห็น